มาอีกแล้วกับมื้อบ่ายง่ายๆ สบายอารมณ์ ตามสไตล์คนตื่นสายถึงสายมากที่สุด

อ่านนิยายติดลมถึงตี 5 OMG!!! กว่าจะนอนก็ได้ยินเสียงแม่ลงไปเปิดบ้านแล้ว ทั้งที่พยายามจะปรับเวลานอนให้เป็นสากลกว่านี้ เพื่อจะได้ตื่นแต่เช้ากับเค้าบ้าง แต่จะเหลวก็วันนี้แล (แต่อากาศเย็นสบายน่านอนดีจริง)

ตื่นมาบ่ายโมงตรง ไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่ สงสัยต่อมหิวจะด้านชั่วคราว แต่ก็ต้องหาอะไรใส่ท้อง เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะเอา พอดีท่านป้าที่ไม่กินเนื้อไม่อยู่ เหลือบมองในตู้กับข้าวก็เจอคอร์นบีฟที่ซื้อมาตุนไว้ยามศึกสงครามก็ เอาวะ... งัดเมนูเก่ามาเล่าใหม่อีกสักครั้ง

หมายเหตุ คอร์นบีฟ (corned beef) คือเนื้อวัวหมักเกลือและโปแตสเซียมไนเตรต สามารถเก็บไว้กินได้นาน

 

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า หิวแว้ว

ส่วนผสม

น้ำมันมะกอก เค้าชอบแบบกลิ่นแรงๆ ง่ะ ทำสลัดอร่อยดี

เส้นสปาเกตตี้ (ยี่ห้อนอกประเทศได้ก็ดีนะจ๊ะ เส้นจะเหนียวกว่าอร่อยกว่าอย่างรู้สึกได้ และสามารถประยุกต์ใช้เส้นแบน เส้นกลม ที่ชอบได้ตามใจ แต่ควรใช้แบบเป็นเส้นยาวตัน แบบเส้นมะกะโรนีอ้วนๆ มีรูตรงกลาง แบบโบว์ หรือแบบแท่งสั้นๆ ไม่ค่อยเข้าท่านัก เค้าลองแล้ว แต่! ถ้าชอบเส้นเละๆ นิ่มๆ ใช้ของในประเทศเบสฟู้ดได้เลย)

คอร์นบีฟ ณ ที่นี้ใช้ยี่ห้อ อสร.

กระเทียม 3 หัวจิ๋วๆ แต่ถ้าเป็นกระเทียมจีนใหญ่ ใช้1/2 หัว

พาสลีย์สับไว้แต่งหน้า หรือจะใช้โหระพาสับก็ได้ (โหระพาอร่อยกว่าขอบอก แต่ขี้เกียจเดินออกไปซื้อ)

เครื่องปรุงรส ได้แก่ พริกไทยดำ, วิสกี้, โชยุ, เกลือสมุทร

 

วิธีทำ

ต้มเส้นก่อนเลยพะย่ะค่ะ

วิธีกะปริมาณ 1 คนกิน = กำได้เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3/4 นิ้ว สองคนก็กำสองรอบ  สามคนก็สามรอบ อิๆ

เอาใส่หม้อน้ำเดือดๆ ที่หย่อนเกลือลงไปสัก 1 ช้อนชา โดยกำรวบไว้แล้วทิ้งกระแทกลงตรงๆ เร็วๆ กลางหม้อ เส้นจะกระจายออกรอบวงดังภาพ (วงไม่ค่อยสวยแฮะรอบนี้) พอข้างล่างนิ่มนิด (ไม่เกิน 30 วินาที) ก็หาอะไรคนเป็นวง เส้นจะค่อยๆ ลงไปในหม้อ เปิดไฟแรงให้เส้นเต้นพล่าน พอฟองขึ้นจะล้นค่อยลดไฟ ใช้เวลา 7-12 นาที ตามชนิดของเส้นหรือที่ระบุไว้ข้างกล่อง หากเป็นเส้นแบนต้องคอยคนเพราะชอบติดกัน เส้นกลมก็ควรคนบ้างเดี๋ยวติดก้นหม้อ

สุกแล้วรีบเอาขึ้นใส่น้ำเย็นเพื่อให้เส้นหยุดสุก (ถ้าไม่ใส่น้ำเย็นอาจจะเละได้)

ระหว่างต้มเส้นก็หันไปเปิดกระป๋องคอร์นบีฟและทุบกระเทียม จะหั่น จะสับ จะสไลซ์ ก็ตามใจชอบ

(กรี๊ด หม้อมีหูข้างเดียว อายจัง)

เริ่มผัดได้ โดยการสาดน้ำมันมะกอกลงไปก่อน ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนก็ต่อด้วยคอร์นบีฟที่เอาส้อมตะกุยจนแยกจากกันเป็นเส้นๆ ผัดไปผัดมาพอกรอบหอม สีเข้มขึ้น (กระเด็นฉิบหา...เลยครับพี่น้อง)

เบาไฟและสาดกระเทียมลงไป ผัดให้กระเที่ยมสุกหอม ก็เร่งไฟแรง ใส่เส้นลงไปผัด เกิดเสียงฉ่าๆๆ พอเส้นร้อนก็ปรุงรส เกลือ1 ช้อนชา, โชยุ1 ช้อนชา, วิสกี้ 1 ฝา คนๆๆ แล้วปิดไฟ 

ขยุ้มใส่จานให้สวยงาม หน้าตาแบบนี้ทำจากการเอาส้อมวนๆ จนเป็นก้อนในกระทะ แล้วค่อยเขี่ยลงจาน โรยหน้าด้วยพาสลีย์หรือโหระพาสับละเอียด พริกไทยดำ พริกป่นเล็กน้อยตามชอบ

easy lazy afternoon... กับสปาเกตตี้คอร์นบีฟและชาเขียวใส่นม เสร็จแล้ว กินไปนอนดู Desperated Housewives ไปด้วย อีวาลองโกเรียสวยโคตร

 

 

edit @ 24 Nov 2009 22:57:09 by Lady Foxillia

edit @ 24 Nov 2009 23:07:21 by Lady Foxillia

Butter Cookies... คุกกี้เนย

posted on 22 Nov 2009 00:30 by ladyfoxillia  in Cooking

มีคนบอกว่าคุกกี้เนี่ยง่ายนิดเดียว ก็เลยลองของซะหน่อย

เอาแบบที่ง่ายและชอบกิน ทะด๊า!!!

BUTTER COOKIES

สูตรจากบล็อกของคุณเจ๊หลี ที่ได้รับความนิยมในพันทิพย์ว่าอร่อย

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aroi-snook&month=12-2006&date=05&group=9&gblog=1

เริ่มจากส่วนผสม

ส่วนผสม

  1. แป้งสาลีตราบัวแดง หรือแป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม
  2. ผงฟู 3/4 ช้อนชา
  3. เบคกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) 1/2 ช้อนชา
  4. เนยสด(เค็ม)แช่เย็น 125 กรัม หั่นชิ้นเล็กๆ เราคนตะกละรวย ไม่ใช้มาการีน อิๆ
  5. น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม
  6. ไข่ไก่ขนาดกลาง 1 ฟอง (แต่ในรูปเป็นเบอร์ใหญ่สุด แหะๆ เกรียนมั่วสูตรทั้งปี)
  7. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  8. วานิลลา 1/2-2 ช้อนชา (แพงสะบัดเลยไอ้นี่ ฮ่วย) หรือใช้กลิ่นนมเนย 1 ช้อนชา

ปล. สูตรนี้ไม่ค่อยหวาน ถ้าชอบหวานให้เติมไอซิ่งมากกว่านี้

วิธียำทำ

1. ร่อนแป้ง ผงฟู โซดา เกลือ หลายๆ รอบจนเข้ากันดี เดินไปเปิดเตาอบที่ 180 ดีกรีเซนดิเกรด (องศาเซลเซียส) พักไว้ให้หายเหนื่อย

2. ตีเนยให้ยับเยิน เลือดอาบ เละเทะหาซากไม่เจอละลายกระจายเบาฟู (ตะกร้อในรูปใช้การไม่ได้เพราะใหญ่ไปเนยเข้าไปอัดอยู่ข้างใน ต้องใช้อันเล็กกว่านี้)

3. พอเนยละลายดีก็ใส่ไอซิ่งเข้าไป ตีด้วยมือหรือเครื่องอย่างรวดเร็วเพื่ออัดอากาศเข้าไปมากๆ (เมื่อยมากค่ะพี่น้อง) ตีแรง เร็ว และเมามัน แต่ใช้เวลาไม่เกิน 5-6 นาที เอาพายปาดขอบกาละมังเป็นระยะๆ ด้วย จนขาวขึ้น ฟูขึ้น เบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน (ในรูปคือขนาดตะกร้อจริงที่ใช้งานได้ดี)

<<<ขาวจริงๆ นะ

4. ไข่ตีพอแหลกเข้ากันดี ผสมวานิลลาลงไป พักรอไว้ จนตีส่วนผสมฟูดีก็ค่อยๆ โรยลงไปเป็นสายทีละน้อย มือซ้ายโรย มือขวาตีไปด้วย เอาเข่าหนีบกาละมังไว้อย่าให้เสีย (ต้องตีไปด้วยใส่ไปด้วยเพราะส่วนผสมจะได้เข้ากันดี ไม่แยกตัว)

5. โขกแป้งลงไป คนๆ พอให้เข้ากันดี อย่านาน เดี๋ยวเหนียว

6. อัดเข้าพิมพ์ ปั้มรูปร่างออกมาตามใจชอบ เราใช้หัวหยอดครีมที่ซื้อมาจากไดโซะ หยอดลงไปบนกระดาษไข(เขียนแบบอีกแล้ว)ตามความคิดสร้างสรรค์ของตน ส่วนเราคิดคอนเซปต์ไว้เป็นแนว post-modern

แต่จริงๆ ออกมาเป็นแนว quantum physic มากกว่า หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นแนว jumping universe สังเกตุได้ว่าเป็นรูปเทหวัตถุมากมายหลายชนิด เช่นกาแลคซี่ เนบิวล่า หรือแม้แต่หลุมดำ และการจัดเรียงคุกกี้ของเราก็ทำตามทฤษฎีไร้ระเบียบ (chaos theory) เสมือนไร้ระเบียบแต่ที่จริงมีกฎเกณฑ์อันยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะวัดได้อยู่

แปะของประดับตกแต่งตามสมควร เช่นผลไม้แช่อิ่มหรือช็อคโกแลตชิพ พอดีกลัวเหลือทิ้งราขึ้นคาตู้เย็น เลยแปะซะรกรุงรัง

หมายเหตุ ข้อความสีน้ำเงินทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับการทำคุกกี้และไม่มีสาระใดๆ สามารถอ่านข้ามได้

7. หลังจากชื่่่นชมความสามารถในการบีบคุกกี้ของตัวเองเสร็จ ก็ยัดเข้าเตาอบ รอ 12-15 นาที แซะออกมาผึ่งบนตะแกรง ตอนนี้ใจร่มๆ อย่าเพิ่งตะกละ พอเย็นแล้วถึงจะกรอบนะ

  ทะด๊า ยัดใส่กล่องอย่างสวยงาม

(ปริมาณจริงที่ได้ คือ 3 เท่าของภาพนี้จ้ะ)

มีผู้โชคดีผ่านมาเยี่ยมเยียนและเยินยอว่าอร่อย จึงได้กลับบ้านไปขุนพ่อแม่และพี่ชายให้อ้วน 1 ถุง

 

สรุปผลงานในวันนี้

คุกกี้สูตรนี้อร่อยและไม่หวาน แถมง่ายและเร็ว เหมาะกับมือใหม่หัดอบมากๆ เพราะจะเสริมสร้างความมั่นใจได้ดีกว่าทำขนมปังเยอะ แถมได้สนุกสนานกับการสร้างสรรค์งานศิลปะบนกระดาษไข

 

edit @ 22 Nov 2009 01:29:25 by Lady Foxillia

edit @ 22 Nov 2009 01:53:43 by Lady Foxillia

BUTTER ROLL

จริงๆ นี่ไม่ใช่ขนมปังสูตรแรกที่ทำ แต่เป็นสูตรแรกที่ออกมาเป็นสับปะรด

HISTORY

  • ครั้งที่1 Milk Bread อ่านสูตรผิด ใส่น้ำน้อยไปครึ่งนึง ก็งงๆ ว่าทำไมมันขึ้นรูปเร็วจัง แถมยีสไม่ละลาย ขนมปังไม่ฟู ตั้งทิ้งไว้ชาติเศษก็ไม่ฟู จนเอาไปปาทิ้งลงถัง เจ้าคุณแม่ดันเสียดาย ลองเอามาอบดู ปรากฎว่า แข็งปาหัวคิวแตก ก็เลยเอาไปให้หมาข้างบ้านกิน (สงสารคิวน่ะ)

  • ครั้งที่2 Milk Bread เช่นเดิม สูตรไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยกทำไม่เป็น สารภาพว่าไม่เคยทำขนมปังมาก่อนเลยในชีวิต เรื่องสำคัญๆ เช่น ยีสห้ามโดนเกลือ ยีสห้ามโดนไข่ก่อนจะละลาย หรือควรใช้ไม้พายแบบมีรูกวนส่วนผสม หรือวิธีนวดขนมปัง ก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย สรรหาเอาจาก youtube ทั้งสิ้น แถมยังมีเรื่องสำคัญ คือแป้งที่ซื้อมามีตัวมอด กลิ่นสาบๆ และผงฟูหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2007 ผลออกมาก็เป็นขนมปังที่กินได้ รสชาติมาตรฐานเพราะทำตามสูตร รสตามสูตร แต่ขนมปังไม่ฟูและอบเกรียมเกินไป แข็งไม่อร่อย เสร็จคิว (คราวนี้คิวได้กินแล้ว)

แต่เรายังไม่ยอมแพ้ ไม่เชื่อหรอกว่าชีวิตนี้คนเราจะทำขนมปังไม่ได้ ขอเรียกว่าความดันทุรังในฐานะมนุษย์มากกว่าความมานะพยายาม
  • ครั้งที3 ขนมปังเปีย อันนี้ไม่มีปัญหาอะไรละ แต่นวดไม่ได้ที่ เพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่ได้ที่เนี่ย มันเป็นยังไง เค้าบอกว่าเนียน ขึงเป็นฟิล์มได้ อ่านแล้วใครเก็ทบ้าง ว่าขึงเป็นฟิล์มเนี่ยมันคืออะไร ปรากฎว่าออกมาข้างนอกแข็งกรอบ แต่ข้างในนุ่มอยู่ พอกินได้ แค่ฝืดคออย่างมากตอนกระเดือกลงไป แถมตอนนวดติดมือจัด ก็เลยเอาแป้งถูมือ สาดโต๊ะ ไปๆ มาๆ ใส่มากเกินไป รู้ตัวอีกทีก็สาดแป้งลงไปเพิ่มเกือบครึ่งถ้วย ผิดสูตร จืดเลยซะงั้น

จนครั้งที่ 4 ขนมปังเนยสด นี่ล่ะ ที่ออกมารูปร่างหน้าตาได้มาตรฐาน กินได้แล้วคร้าบบบบ

ปล. สูตรขนมปังทุกชนิดในที่นี้ มาจากบล็อกของคุณเต่าญี่ปุ่น

Link >>> http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tao-yiipun&month=02-2008&date=01&group=10&gblog=4

ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
(ส่วนผสมและวิธีการทำอย่างละเอียดขอให้ตามไปอ่านที่บล็อกเจ้าของสูตรตาม link ด้านบนเน่อ)

เอาล่ะ เริ่มต้นการรีวิว ณ บัดนาว

ส่วนผสม

ตาชั่ง เนยจืด ยีสสำเร็จรูป น้ำอุ่น เกลือ ช้อนตวง ไข่ เนยจืด แป้งขนมปังตราห่าน น้ำตาลเกล็ดละเอียดสำหรับทำขนม

ขั้นแรกก็ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกัน กวนด้วยพายแบบมีรู ในบล็อกของคุณเต่าฯ เป็นสูตรสำหรับ 6 ชิ้น ขอแนะนำว่าทำ 2 สูตร 12 ชิ้นเลยจะสะใจกว่า

กวนๆๆๆ ที่บ้านไม่มีไม้พายแบบมีรู เลยเอาไม้ตักพาสต้ามาคนแทน เอาน่ะ มีรูดีกว่าไม่มี

ออกมาเป็นก้อนขยุกขยุย

เหนียวมือสุดชีพ แต่ก็ต้องทนนวดไป ดูเฉียวจื้อหย่งนักสู้กู้ตระกูลไปด้วย จบเมื่อไหร่นวดเสร็จพอดี

การนวดแป้งโด (kneading) มีหลายวิธี ไปเสิร์ช youtube เอาก็พึ่งพาได้ อันนี้ขอแนะนำการนวดขนมปังฝรั่งเศษโดยไซม่อน

Oh my... หนุ่ม hot นวดโดนี่มันเกินห้ามใจจริงๆ คอมเม้นท์ในตู๊บบอกว่าการนวดวิธีนี้ใส่อากาศเข้าไปในแป้งได้ดีมากๆ เลิศ

ในกรณีนี้ถ้าทำสูตรเดียว โดจะน้อยจนฟาดโต๊ะได้ไม่มันส์ นี่เป็นอีกเหตุผลที่ควรทำ 2 สูตร (2เท่า) นั่นเอง อิๆ

แต่เราไม่มีแรงเท่าไซม่อน ขอนวดแบบปกติละกัน

ขยี้ออกไป แล้วพับเข้ามา ขยี้ออกไปอีก แล้วพับเข้ามา

อรี๊ mimic เขมือบโลก เหนียวติดมือสิ้นดี หนุบหนับหยุบหยับ สูตรนี้นวดยาก ขอให้ใจแข็งไว้ อย่าเติมแป้งเด็ดขาด อย่าเอาแป้งถูมือด้วย เดี๋ยวสักครึ่งชั่วโมงมันก็ไม่ติดมือแล้ว

นวดต่อไปจนเบื่อ ประเทศไทยไม่ต้องใช้หัตถ์ตะวัน แค่ระวังอย่าให้เหงื่อหยดลงในโดได้ก็ถือว่าเมพแล้ว

พอเมื่อยแขน แป้งก็เนียนดีขึงได้เป็นฟิล์มละ (ฟิล์ม เป็นยังไงก็คือ เด็ดแป้งออกมานิดนึง เอามือยืดขึงเป็นแผ่นบางๆ ได้ไม่ขาด)ใส่กาละมังพักโดรอบแรก อย่าลืมเอาพลาสติกแร็พกันแห้ง

เคล็ดลับที่ค้นพบในครัวก็คือ เอาวางหลังตู้เย็น มันร้อนดี โดขึ้นเร็วได้ใจวัยรุ่น

<<<ขยายเพียบเลย

หลังจากไปดู gossip girl มา 1 ตอน (จริงๆ ไม่ต้องรอนานขนาดนี้) ก็ได้โดบวมๆ อวบๆ มาขึ้นรูปต่อ

แบ่งเป็น 6 ก้อนสวยๆ เท่าๆ กัน ด้วยมีด แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ยังคงต้องเอาพลาสติกคลุมกันแห้ง หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดก็ได้

<<ดูยังไงก็ไม่เท่ากันมากๆ

ทำเป็นสามเหลี่ยมชายธงยาวๆ เอาลูกกลิ้งคลึงจนแบน แล้วม้วนเป็นเยี่ยงนี้

พักแป้งอีกรอบ เอาพลาสติกคลุมเช่นเคย

 ใหญ่โตได้ที่ก็ เข้าอบ

กว้าก ลืมเอาไข่ทาหน้าซะงั้นอะจอร์จ รีบเอาออกมาทาตอนสองนาทีสุดท้าย

ระหว่างนี้กลิ่นหอมไปทั่วบ้านเลย จนสุดท้ายก็ออกมาเป็น...

ผ่าง!!!

จอร์จ มันเป็นขนมปังหน้าตาปกติแล้วจอร์จ OMG!

(กระดาษไขเขียนแบบก็เอามารองถาดได้น่า)

สีสวยน้อยไปหน่อยเพราะทาไข่ช้า - - มันควรจะสีน้ำตาลสวยและเป็นมันกว่านี้ รูปร่างก็อนาถจิตเพราะสกิลปั้นต่ำ แต่รับประกันรสชาติตามสูตรจ้า

เนื้อในอู้ฟู

สรุปว่า หลังจากลงทุนลงแรงไปมากมาย ในที่สุดก็...

สำเร็จแล้ว เย้ๆๆ

ให้ท่านป้าเอาไปใส่บาตร 1 ชิ้น ชาติหน้าจะได้มีขนมปังอร่อยๆ กิน อิๆ

จบการรีวิว Butter Roll ซื้ด

 

edit @ 20 Nov 2009 20:33:11 by Lady Foxillia

edit @ 21 Nov 2009 01:20:50 by Lady Foxillia

edit @ 21 Nov 2009 01:23:17 by Lady Foxillia